

ดีไซน์ใหม่ยังได้มีการเปลี่ยนรายการแนะนำ (Sugeestions) จากที่เคยเต็มไปด้วยรายชื่อคนดัง และสื่อระดับผู้นำไปเป็นรายขื่อผู้ใช้ทวิตเตอร์ที่ได้รับความนิยมแทน โดยแสดงหัวข้อที่ผู้ใช้เหล่านี้พูดถึง เพื่อดึงความสนใจให้ผู้สนใจที่ยังไม่เป็นสมาชิกของทวิตเตอร์เกิดความรู้สึกอยากเข้ามาเป็นหนึ่งในสังคมนี้ ทางเว็บไซต์ยังได้เพิ่มคุณสมบัติการติดตามหัวข้อที่เป็นแนวโน้ม โดยอ้างอิงจากตำแหน่งที่อยู่ หรือความสนใจส่วนตัวของผู้ใช้อีกด้วย ไม่ใช่แค่ 10 อันดับแนวโน้มที่มีการกล่าวขวัญมากที่สุดที่มาจากทั้งเว็บไซต์เหมือนเดิมอีกต่อไป ทั้งนี้ทางทวิตเตอร์จะคอยติดตามผลการใช้งานโฮมเพจใหม่ เพื่อดูว่า ผู้ใช้มีการตอบสนองกับดีไซน์ และคุณสมบัติการทำงานใหม่อย่างไรบ้าง
ดู Mahaphant Twitter
เช้าวันพุธแบบนี้ อากาศแบบไม่ค่อยแจ่มใสมากนัก เดี๋ยวนี้อากาศไม่แน่นอน เดี๋ยวแดดออก เดี๋ยวฝนตกมาแบบไม่บอกไม่กล่าว เฮ้อ!แบบนี้ร่างกายจะรับไหวไหม เอาหละออกนอกเรื่องมามาก เดี๋ยวท่านจะหาว่าผมขี้บ่น... งั้นขอเริ่มต้นด้วยข่าวแก็ดเจ็ต (Gadget) แปลกๆ ก็แล้วกันนะครับ Erik Campbell นักออกแบบได้ดีไซน์คีย์บอร์ดคอมพิวเตอร์ที่มีการใช้งานคล้ายกับคอร์ดบนคีย์บอร์ดเครื่องดนตรีแทนการใช้ปุ่มตัวอักษรแบบ QWERTY ทีเราคุ้นเคย โดยผู้ใช้สามารถใช้มือเดียว เพื่อพิมพ์ตัวอักษรที่ต้องการได้ด้วยการกดปุ่ม 5 ปุ่มผสมกันลักษณะคล้ายลิ่มเปียโน แต่ดีไซน์ใหม่เขาได้ไอเดียมาจากแมงกะพรุน(มองดูเหมือนไหมอ่ะ)
สำหรับต้นแบบคีย์บอร์ดที่ใช้การพิมพ์แบบคอรด์ (chorded keyboard) ได้ถูกออกแบบมาตั้งแต่ปี 1968 (ประมาณ 42 ปีที่แล้ว) โดย Doug Engelbart โดยชุดอุปกรณ์ประกอบด้วยลิ่มคีย์บอรด์ 5 อัน สามารถกดทีละตัว หรือผสมกัน เพื่อให้มันแสดงตัวอักษรต่างๆ ที่ต้องการได้ ซึ่งสามารถใช้แทนคีย์บอร์ดคอมพิวเตอร์มาตรฐานทีใช้เป็นแป้นตัวอักษร QWERTY ได้อย่างสมบูรณ์ ดังรูป

ดีไซน์ของ Campbell ได้เปลี่ยนดีไซน์ที่มีลักษณะคล้ายลิ่มคีย์บอร์ดเครื่องดนตรีแบบเดิมๆ ให้มีลักษณะเป็นวงกลมนูนตรงกลาง และมีปุ่ม 5 ปุ่มอ่อนนุ่มให้กดได้ เจ้าตัวบอกว่า ดีไซน์ทีเห็นนีได้รับแรงบันดาลใจมาจากแมงกะพรุน อ่านมาถึงตรงนี้ หลายคนคงจะสงสัยสิว่า Chorded Keyboard ที่มีแค่ 5 ปุ่มจะใช้แทนคีย์บอรด์ QWERTY ได้อย่างไร ที่น่าทึ่งมากๆ ก็คือมันทำหน้าที่แทนเมาส์ได้อีกด้วย เรียกได้ว่า ดีไซน์ใหม่ของ Campbell เท่ากับเป็นการผสมผสานเมาส์เข้ากับคีย์บอร์ดได้อย่างลงตัวนั่นเอง...ว้าว
สำหรับการใช้งานนั้น คงต้องลองหามาใช้ดู เพราะบ้านเรายังไม่มีขายนะ คนเขียนก็ยังไม่เคยใช้ แต่ถ้าใครมีโอกาสได้ใช้งาน ช่วยบอกกล่าวเล่าความให้ได้ทราบด้วยว่ามันเจ๋งมากแค่ไหน
ข้อมูลจาก Erik Campbell

โปรดทราบ .. นี่คือสิ่งที่คุณจะต้องรู้ก่อนเริ่มสานสัมพันธ์กับเพื่อนบนโลกออนไลน์อย่าง Facebook เก็บเรื่องราวให้เป็นความลับ - ก่อนที่คุณจะเริ่มโพสต์เนื้อหาหรือรูปภาพต่างๆ อย่าลืมตั้งค่าความเป็นส่วนตัว ระบุว่าใครบ้างที่สามารถเข้ามาดูอัลบั้มภาพถ่าย วิดีโอ โพรไฟล์ สถานะการอัพเดต และอีกสารพันข้อมูลเกี่ยวกับตัวของคุณได้บ้างคิดก่อนรับเป็นเพื่อน - การค้นหาว่าใครบ้างที่อยู่ในรายชื่อคอนแทกต์บนอีเมล์ของคุณกำลังใช้ Facebook อยู่ เป็นเรื่องที่ไม่ยาก แต่ก่อนที่จะรับคนเหล่านั้นให้เป็นเพื่อนกับคุณบน Facebook อย่าลืมพิจารณาให้รอบคอบด้วย
เสน่ห์ของ Facebook มีหลายอย่าง แน่นอนว่าการเชื่อมต่อกันเป็นเครือข่ายเพื่อนฝูงที่รู้จัก ทำให้ความสัมพันธ์ของผู้คนใกล้ชิดกันยิ่งขึ้น ก่อนหน้านี้แม้แต่บิลล์ เกตส์ แห่งไมโครซอฟท์ก็ยังต้องใช้เวลาอย่างน้อยครึ่งวันบน Facebook แม้ล่าสุดจะมีข่าวว่าเลิกเล่นไปแล้วก็ตาม เพราะโดนขอเป็นเพื่อนเยอะเกินจะรับไหว
รับรองว่าคุณต้องมีหลายๆ เรื่องที่ไม่อยากให้คนเหล่านี้ได้รับรู้แน่นอน ซึ่งหากไม่เตรียมการให้ดีๆ รับรองว่าการแก้ไขปัญหาทีหลังนั้นแทบจะเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้เลย
ในฉบับหน้า ผมจะนำเรื่องราวและข้อควรระวังในการใช้ Social Network มาให้อ่าน ติดตามต่ออาทิตย์หน้าครับ ... IT Today
Facebook ชุมชนออนไลน์ที่ต้องใช้อย่างระวัง ตอนที่ 2
Facebook ชุมชนออนไลน์ที่ต้องใช้อย่างระวัง ตอนที่ 3
